แม้ว่าบริเวณสะโพกและก้นมักถูกปกปิดด้วยเสื้อผ้า แต่ก็ยังเป็นส่วนสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม สำหรับผู้ที่มีปัญหารอยแตกลาย รอยสิว หรือผิวบริเวณก้นมีรอยคล้ำ และรู้สึกไม่มั่นใจเมื่อต้องสวมบิกินี เรามีวิธีดูแลปัญหารอยคล้ำและรอยแตกลายบริเวณก้นมาฝาก มาดูกันว่าสามารถแก้ไขได้อย่างไรบ้าง!

รอยบริเวณก้นสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท:
- รอยบริเวณก้นจากสิว – เป็นประเภทที่พบได้บ่อยที่สุด เมื่อสิวหายแล้วมักทิ้งรอยดำไว้ ทำให้ผิวดูไม่สม่ำเสมอ
- รอยบริเวณก้นจากภาวะรอยดำหลังการอักเสบ – เกิดขึ้นหลังจากมีผื่นแพ้หรือการอักเสบของผิวบริเวณก้น จากนั้นจึงทิ้งรอยคล้ำไว้
- รอยแตกลายบริเวณก้น – มักเกิดจากการเจริญเติบโตของร่างกายอย่างรวดเร็ว น้ำหนักเพิ่มขึ้น หรือการตั้งครรภ์ โดยรอยที่เกิดจากสาเหตุนี้จะมีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างออกไป
วิธีดูแลรอยแตกลายและรอยคล้ำบริเวณก้น:
- ผลัดเซลล์ผิวเป็นประจำทุกสัปดาห์
ใช้สครับจากธรรมชาติ เช่น มะขามเปียก เพื่อช่วยผลัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพอย่างอ่อนโยน และส่งเสริมการผลัดผิวใหม่ตามธรรมชาติ - ทามอยส์เจอไรเซอร์
บำรุงผิวด้วยมอยส์เจอไรเซอร์หลังอาบน้ำ เพื่อช่วยลดการเสียดสีจากชุดชั้นในหรือเสื้อผ้า มอยส์เจอไรเซอร์ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว และช่วยให้รอยสิวหรือรอยคล้ำดูจางลง - บำรุงด้วยน้ำมันมะพร้าว
ทาน้ำมันมะพร้าวและนวดเบา ๆ ให้ซึมเข้าสู่ผิว ช่วยลดเลือนรอยแตกลาย เพิ่มความชุ่มชื้น และป้องกันผิวแห้งกร้าน - ใช้ครีมเฉพาะสำหรับรอยแตกลาย
ครีมกลุ่มนี้ช่วยดูแลเซลล์ผิวที่หยาบกร้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของผิว ทำให้ผิวดูสุขภาพดี นุ่มขึ้น และช่วยให้รอยแตกลายค่อย ๆ ดูจางลง - ใช้ Salicylic Acid (BHA)
ช่วยดูแลปัญหาสิวอุดตัน โดยใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ BHA เช็ดด้วยสำลีประมาณ 2–3 ครั้งต่อสัปดาห์ เพื่อช่วยลดการเกิดสิวอย่างค่อยเป็นค่อยไป - การรักษาด้วยเลเซอร์
เลเซอร์เป็นวิธีที่เห็นผลค่อนข้างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ โดยช่วยลดเม็ดสีและรอยแตกลาย พร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวดูเรียบเนียนและกระชับขึ้น

