สิวเสี้ยนมักเกิดขึ้นได้ตั้งแต่วัยรุ่นไปจนถึงวัยผู้ใหญ่ เป็นสิวชนิดหนึ่งที่เกิดจากความผิดปกติของรูขุมขน สิวเสี้ยนมีลักษณะคล้ายสิวอุดตัน และมักพบร่วมกับกลุ่มขนอ่อนขนาดเล็กจำนวนมาก
โดยมักมีขนอ่อนหลายเส้นฝังอยู่ภายในรูขุมขนที่อุดตัน และเห็นเป็นจุดสีดำเล็ก ๆ บนผิว หรือเป็นตุ่มเล็ก ๆ ลักษณะคล้ายหนามยื่นออกมาจากรูขุมขน มักพบได้บริเวณปลายจมูก หน้าผาก แก้ม และคาง อธิบายง่าย ๆ คือเป็นเซลล์ผิวที่ตายแล้วซึ่งติดค้างอยู่ภายในรูขุมขน
สาเหตุของสิวเสี้ยน
- การอุดตันของท่อต่อมไขมัน
- การผลิตน้ำมันหรือซีบัมมากเกินไป
- การอุดตันจากขนคุดหรือขนอ่อนในรูขุมขน
วิธีรักษาสิวเสี้ยน
- การใช้แผ่นลอกสิวเสี้ยน
วิธีนี้ได้รับความนิยมมาก เพราะมีราคาถูกและเห็นผลทันที สามารถดึงสิวเสี้ยนออกได้บางส่วน แต่ไม่สามารถกำจัดได้ทั้งหมด และอาจเข้าไม่ถึงทุกบริเวณ อย่างไรก็ตามควรใช้อย่างระมัดระวัง เพราะสารเคมีในแผ่นลอกอาจก่อให้เกิดอาการแพ้หรือระคายเคืองได้ - การใช้ที่กดสิว
อุปกรณ์นี้สามารถใช้กดสิวเสี้ยนออกได้ หากเป็นสิวเสี้ยนชนิดอุดตันจริง จะเห็นหัวสิวเป็นก้อนไขมันสีดำขนาดเล็กออกมา แต่หากเป็นสิวเสี้ยนชนิดขนอุดตัน จะเห็นเป็นกลุ่มขนอ่อนหลายเส้น วิธีนี้ควรทำอย่างระมัดระวัง เพราะอาจทำให้ผิวระคายเคืองได้ - การใช้ผลิตภัณฑ์กลุ่มเรตินอยด์
เรตินอยด์ช่วยละลายไขมันอุดตัน ลดการจับตัวของเซลล์ผิว และช่วยกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวบริเวณรูขุมขน จึงช่วยลดโอกาสการเกิดสิวเสี้ยนใหม่ และทำให้สิวเสี้ยนเดิมหลุดออกได้ง่ายขึ้น - มาสก์ไข่ขาว
เป็นวิธีดูแลแบบธรรมชาติที่ได้รับความนิยม โดยทาไข่ขาวบาง ๆ บริเวณจมูกหรือแก้ม จากนั้นวางทิชชู่หรือกระดาษซับมัน 1 ชั้นทับลงไป รอให้แห้ง แล้วลอกออก สิวเสี้ยนบางส่วนจะติดออกมากับกระดาษ - วิธีใช้น้ำมะนาว
มะนาวมี AHA ซึ่งช่วยผลัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพและกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ อีกทั้งยังช่วยทำความสะอาดรูขุมขน ทำให้สิวเสี้ยนอ่อนตัวและกดออกได้ง่ายขึ้น - การรักษาสิวเสี้ยนด้วยเลเซอร์
เลเซอร์สามารถช่วยกำจัดสิวเสี้ยนที่มองเห็นได้มากกว่า 50% และหากทำต่อเนื่องอาจช่วยลดสิวเสี้ยนได้เกือบทั้งหมด อย่างไรก็ตาม เลเซอร์ไม่ได้ทำให้รูขุมขนกว้างเล็กลงโดยถาวร จึงอาจทำให้สิวเสี้ยนกลับมาเกิดซ้ำได้
การป้องกันสิวเสี้ยน
ควรหลีกเลี่ยงปัจจัยที่กระตุ้นให้รูขุมขนกว้างและเกิดการระคายเคืองบริเวณรูขุมขน เช่น การนวดหน้า การสครับผิว หรือการถูใบหน้าแรงเกินไป วิธีป้องกันที่ดีคือการใช้ยาหรือผลิตภัณฑ์ทาภายนอก เช่น กรดวิตามินเอหรือเรตินอยด์ และเบนโซอิลเปอร์ออกไซด์ เพื่อช่วยลดโอกาสการเกิดสิวเสี้ยน
หลังล้างหน้า ควรใช้โทนเนอร์สูตรปราศจากน้ำมันเพื่อเช็ดสิ่งสกปรกที่อาจตกค้างอยู่บนผิว นอกจากนี้ อาจผลัดเซลล์ผิวด้วยกรดผลไม้เพื่อช่วยขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง หรือทุก 2 สัปดาห์ ควรหลีกเลี่ยงการบีบหรือกดสิวด้วยตนเอง เพราะอาจทำให้เกิดการอักเสบและการแพร่กระจายของเชื้อ ผู้ที่มีผิวมันมักมีโอกาสเกิดสิวเสี้ยนได้ง่าย เนื่องจากต่อมไขมันมีขนาดใหญ่และผลิตน้ำมันมาก ทำให้รูขุมขนอุดตันได้ง่าย ดังนั้น การลดความมันบนใบหน้าจึงช่วยป้องกันสิวเสี้ยนได้

