การฉีดสลายไขมันเป็นวิธีการลดไขมันส่วนเกินและเซลลูไลท์เฉพาะจุด เช่น แก้ม เหนียง กรอบหน้า ต้นขา และน่อง โดยไม่จำเป็นต้องผ่าตัด ส่วนประกอบหลักที่ใช้คือ Phosphatidylcholine ซึ่งสกัดจากถั่วเหลืองหรือไข่แดง ร่วมกับวิตามินต่าง ๆ โดยฉีดเข้าสู่บริเวณที่มีไขมันสะสม วิธีนี้ถือว่ามีความปลอดภัยค่อนข้างสูง เนื่องจากใช้สารสกัดจากธรรมชาติ และวิตามินเหล่านี้สามารถสลายและดูดซึมโดยร่างกายได้ง่าย
ขั้นตอนการฉีดสลายไขมัน
แพทย์จะผสมตัวยาและสารสลายไขมัน โดยปริมาณสารที่ฉีดจะอยู่ที่ประมาณ 0.2-0.5 cc การฉีดจะลงลึกประมาณ 5-10 มิลลิเมตรในบริเวณที่ต้องการลดไขมัน โดยแต่ละจุดฉีดจะเว้นระยะห่างกันประมาณ 2 เซนติเมตร และทำซ้ำทุก 5-7 วัน เพื่อให้เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน
ข้อห้ามในการฉีดสลายไขมัน มีดังนี้:
• สตรีมีครรภ์
• ผู้ป่วยโรคเบาหวานที่ต้องฉีดอินซูลินเป็นประจำ
• ผู้ป่วยที่มีประวัติโรคหลอดเลือดสมอง เช่น โรคหลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตัน
• ผู้ป่วยที่มีประวัติโรคเลือดหรือโรคมะเร็ง
• ผู้ป่วยที่มีประวัติโรคหัวใจและอยู่ระหว่างการรักษาด้วยยาหลายชนิด
คำแนะนำหลังการฉีดสลายไขมัน มีดังนี้:
- ดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 2 ลิตร เพื่อช่วยขับไขมันส่วนเกินที่ถูกสลายออกจากร่างกาย
- อาจมีอาการบวม ช้ำ หรือเจ็บเล็กน้อยระหว่างและหลังทำหัตถการ แต่อาการเหล่านี้มักค่อย ๆ ดีขึ้นภายใน 1-3 วัน
- หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และการสูบบุหรี่
- รับประทานอาหารที่มีใยอาหารสูง เช่น ผักและผลไม้
- หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง เช่น ของทอด เบเกอรี่ น้ำตาล ชา และกาแฟ
- ออกกำลังกายเบา ๆ เช่น โยคะ เดินเร็ว หรือเต้นแอโรบิก เพื่อช่วยให้กล้ามเนื้อกระชับ และช่วยส่งเสริมกระบวนการกำจัดไขมัน พร้อมลดโอกาสการสะสมของไขมันใหม่
