ปัจจุบัน การศัลยกรรมเสริมจมูกได้รับความนิยมมากขึ้นในกลุ่มวัยรุ่นและวัยทำงาน เนื่องจากการเสริมจมูกสามารถเปลี่ยนภาพลักษณ์ของบุคคลได้อย่างชัดเจน ทำให้ใบหน้าดูละมุนขึ้น หรือดูคมและมีมิติมากขึ้น
ศัลยกรรมใบหน้าขั้นพื้นฐานที่หลายคนมักนึกถึงคือการเสริมจมูก เพราะสามารถช่วยปรับภาพรวมของใบหน้าได้อย่างมาก บางคนพบว่าหลังเสริมจมูกแล้ว ใบหน้าดูสวยขึ้นอย่างชัดเจน และอาจไม่รู้สึกว่าจำเป็นต้องทำหัตถการอื่นเพิ่มเติม
สิ่งแรกที่ควรรู้ก่อนเสริมจมูกคือควรศึกษาข้อมูลให้ละเอียด ควรตรวจสอบว่าคลินิกได้รับการรับรองและมีมาตรฐานความปลอดภัยสูง รวมถึงแพทย์ต้องมีความชำนาญและประสบการณ์สูง ที่สำคัญควรตรวจสอบว่ามีการใช้ซิลิโคนที่ได้มาตรฐานสากล ผ่านการตรวจสอบ และมาจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ เช่น สหรัฐอเมริกา เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น เป็นต้น

ซิลิโคนที่ใช้ในการเสริมจมูกมี 2 ประเภท:
- ซิลิโคนแท่ง หรือซิลิโคนบล็อก – เป็นซิลิโคนแผ่นใหญ่ที่สามารถนำมาเหลา ตัดแต่ง หรือขึ้นรูปให้ได้ทรงตามต้องการ มีความยืดหยุ่นในการปรับแต่งสูง แต่ต้องอาศัยความชำนาญของแพทย์เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ
- ซิลิโคนสำเร็จรูป – เป็นซิลิโคนที่ขึ้นรูปมาแล้วและพร้อมใช้งานทันที มีหลายรูปทรงและหลายขนาด เป็นประเภทที่นิยมใช้มากที่สุด เนื่องจากสะดวกและมีมาตรฐานของรูปทรงชัดเจน
วิธีการผ่าตัดเสริมจมูกมี 3 ประเภท
- เทคนิคปิด (Closed Technique) – เป็นวิธีที่แพทย์สอดเครื่องมือผ่าตัดผ่านแผลภายในรูจมูก จึงไม่เห็นรอยแผลภายนอก แพทย์จะเปิดช่องโพรงจมูกให้กว้างขึ้น จากนั้นจึงใส่ซิลิโคนเข้าไป วิธีนี้เน้นการเสริมจมูกโดยไม่เปลี่ยนแปลงโครงสร้างจมูกเดิมมากนัก
- เทคนิคเปิด (Open Technique) – เป็นวิธีที่มีแผลทั้งภายในและภายนอก โดยมักเปิดแผลบริเวณฐานจมูก แพทย์จะเปิดผิวเพื่อปรับแต่งและแก้ไขโครงสร้างพื้นฐานของจมูก เช่น สันจมูกหรือปลายจมูก ทำให้สามารถปรับได้อย่างแม่นยำมากขึ้น เช่น การเพิ่มความยาว ปรับปลายจมูกให้เรียวขึ้น หรือแก้ไขฮัมพ์ที่นูนเด่น
- เทคนิคเกาหลี (Korea Technique) – เป็นแนวทางที่ผสมผสาน 3 ขั้นตอน ได้แก่:
- เปิดแผลขนาดเล็กบริเวณฐานจมูก เพื่อเสริมและปรับปลายจมูก
- ใส่ซิลิโคนตามแนวสันจมูก โดยปล่อยให้บริเวณปลายจมูกได้รับการตกแต่งด้วยกระดูกอ่อน
- ทำ lateral osteotomy หรือการปรับกระดูกด้านข้างจมูก เพื่อทำให้ฐานจมูกแคบลงและทำให้กระดูกเข้าหากัน เพื่อให้รูปทรงจมูกดูละมุนและได้สัดส่วนมากขึ้น
ปัจจุบัน การผ่าตัดเสริมจมูกเป็นหัตถการที่ใช้เวลาไม่นานและมีความปลอดภัยค่อนข้างสูง โดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง และควรทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ หลังผ่าตัดอาจมีอาการบวมและช้ำในช่วง 1-3 วันแรก จากนั้นอาการจะค่อย ๆ ดีขึ้นภายใน 7-14 วัน แพทย์จะนัดติดตามผลเพื่อตัดไหมหลังผ่าตัดประมาณ 7 วัน และประเมินการฟื้นตัวตามลำดับ
การเตรียมตัวก่อนผ่าตัด
- หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และการสูบบุหรี่อย่างน้อย 1 สัปดาห์
- งดรับประทานวิตามินหรืออาหารเสริมทุกชนิด
- สวมใส่เสื้อผ้าที่สบายและมีกระดุมด้านหน้า เพื่อถอดง่ายและหลีกเลี่ยงการสัมผัสบริเวณแผลผ่าตัด
วิธีดูแลตนเองหลังเสริมจมูก
- ในช่วง 48 ชั่วโมงแรก ให้ประคบเย็นด้วยเจลแพ็กบริเวณดวงตาและสันจมูก โดยวางในแนวนอน
- นอนหนุนหมอนให้ศีรษะสูงในช่วง 3 วันแรก เพื่อลดอาการบวมและช่วยให้พักผ่อนได้อย่างเพียงพอ
- หลีกเลี่ยงการนอนตะแคงซ้ายหรือขวา เพื่อป้องกันไม่ให้รูปทรงจมูกผิดรูปหรือเอียง
- งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และงดสูบบุหรี่
- หลีกเลี่ยงอาหารรสจัดและอาหารหมักดอง
- ดื่มน้ำใบบัวบกและน้ำมะพร้าว เพื่อช่วยลดอาการบวม
- เริ่มล้างหน้าด้วยสบู่อ่อนตั้งแต่วันที่ 4 หลังผ่าตัด
- หากมีรอยช้ำ ให้เริ่มประคบอุ่นตั้งแต่วันที่ 6 เป็นต้นไป
- หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ใช้แรงมาก เช่น การออกกำลังกายหรือยกของหนัก
- รับประทานยาตามที่แพทย์สั่ง
- เข้าพบแพทย์เพื่อตรวจติดตามผลประมาณ 1-2 สัปดาห์หลังผ่าตัด

