หลายคนที่กำลังพิจารณาทำตาสองชั้น อาจรู้สึกกังวลหรือไม่มั่นใจหลังจากเห็นรีวิวจำนวนมากที่มีปัญหา เช่น ตาปลิ้น หรือหลับตาไม่สนิท จึงสงสัยว่าตนเองจะเจอปัญหาแบบเดียวกันหรือไม่ และปัญหาเหล่านี้พบได้บ่อยหลังทำตาสองชั้นหรือเปล่า บทความนี้จะช่วยตอบข้อสงสัยเหล่านั้น
สารบัญ
- ตาปลิ้นคืออะไร? ลักษณะดวงตาแบบใดที่เรียกว่าตาปลิ้น?
- สาเหตุของตาปลิ้น
- วิธีแก้ปัญหาตาปลิ้น
- เทคนิคการทำตาสองชั้นมีกี่แบบ?
- ทำไมจึงควรพิจารณาทำตาสองชั้น?
- ประเภทของการทำตาสองชั้น
- ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นหลังทำตาสองชั้น
- ดวงตาที่สวยควรมีลักษณะอย่างไร?
- รูปทรงดวงตาที่สวยมีแบบใดบ้าง?
ตาปลิ้นคืออะไร? ลักษณะดวงตาแบบใดที่เรียกว่าตาปลิ้น?
ในทางการแพทย์ ภาวะตาปลิ้นเรียกว่า ectropion หมายถึงการที่ขอบเปลือกตาพลิกออกด้านนอก โดยทั่วไปหลังทำตาสองชั้น ขนตาจะงอนขึ้นเล็กน้อย ทำให้ดวงตาดูสวย และขอบเปลือกตาบนจะยังแนบกับลูกตา ซึ่งถือว่าเป็นภาวะปกติ
อย่างไรก็ตาม บางคนที่มีเปลือกตายืดหยุ่นมาก อาจเห็นขอบตาด้านในมีสีแดงเล็กน้อย ซึ่งเป็นตำแหน่งที่สามารถเขียนอินเนอร์ไลเนอร์ได้ โดยขอบเปลือกตาล่างควรยังแนบกับลูกตา และไม่ถือว่าเป็นปัญหา แต่หากหลังผ่าตัดเห็นขอบด้านในของเปลือกตาชัดและพลิกออกด้านนอก อาจเป็นสัญญาณของความผิดปกติ ในกรณีนี้ ขอบเปลือกตาจะไม่แนบกับลูกตา ทำให้หลับตาไม่สนิท น้ำตาไหลตลอดเวลา และอาจเกิดการระคายเคืองหรือมองเห็นไม่ชัดได้
สาเหตุของภาวะตาปลิ้น หรือเปลือกตาพลิกออกด้านนอกคืออะไร?
ภาวะนี้เกิดจากเทคนิคการผ่าตัดที่ไม่เหมาะสม เช่น การเย็บชั้นตาสูงเกินไป หรือการยึดชั้นตาเข้ากับกล้ามเนื้อด้านในเปลือกตาในตำแหน่งที่ทำให้เกิดรอยพับผิดธรรมชาติ รวมถึงอาการบวมมากเกินไป ศัลยแพทย์ที่มีประสบการณ์จะเข้าใจสาเหตุของปัญหาเหล่านี้และมักสามารถหลีกเลี่ยงได้ แม้ผู้รับบริการไม่จำเป็นต้องรู้สาเหตุอย่างละเอียดทั้งหมด แต่สิ่งสำคัญคือควรศึกษาข้อมูลและเลือกคลินิกกับศัลยแพทย์ให้รอบคอบก่อนเข้ารับการผ่าตัด
ภาวะตาปลิ้น หรือเปลือกตาพลิกออกด้านนอก แก้ไขได้อย่างไร?
หากเกิดภาวะตาปลิ้นรุนแรงหลังทำตาสองชั้น ร่วมกับหลับตาไม่สนิท ควรได้รับการแก้ไขโดยเร็วที่สุด
เนื่องจากพังผืดหรือแผลเป็นยังไม่ก่อตัวแน่น ทำให้สามารถปรับตำแหน่งเปลือกตาได้ง่ายกว่า แต่หากปล่อยไว้นานเกิน 2 สัปดาห์ เมื่อพังผืดก่อตัวและยึดเกาะแล้ว การผ่าตัดแก้ไขอาจได้ผลไม่ดีเท่าที่ควร แม้การผ่าตัดในช่วงแรกหลังผ่าตัดเดิม ซึ่งยังมีอาการบวมและแดงมาก อาจทำได้ยากกว่า แต่ถือว่าจำเป็น แนะนำอย่างยิ่งให้แก้ไขโดยศัลยแพทย์ผู้มีประสบการณ์
หากตรวจแล้วพบว่าไม่มีความเสี่ยงรุนแรงต่อดวงตา หรือภาวะตาปลิ้นไม่มาก แนะนำให้รอให้อาการอักเสบและบวมลดลงก่อน แล้วจึงประเมินอีกครั้ง จากประสบการณ์ของแพทย์ ผู้ที่เข้ารับการแก้ไขหลังทำตาสองชั้นแล้วเกิดตาปลิ้นเล็กน้อยในช่วงแรก มักมีอาการดีขึ้นตามเวลา แม้ยังเหลือตาปลิ้นเล็กน้อย ก็จะรุนแรงน้อยกว่าช่วงแรก แพทย์จะแนะนำให้ตรวจว่ามีปัญหาหลับตาไม่สนิทจนทำให้ตาแห้งหรือกระจกตาถลอกหรือไม่ หากไม่มีอันตราย เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด แพทย์มักแนะนำให้ใจเย็นและให้เวลาร่างกายฟื้นตัว
การทำตาสองชั้นคืออะไร?
โดยพื้นฐานแล้ว โครงสร้างดวงตาของคนไทยมักมีไขมันบริเวณเปลือกตาค่อนข้างมาก เปลือกตาหนา หนังตาตก ตาชั้นเดียว ชั้นตาหลบใน และชั้นตาไม่เท่ากัน นอกจากนี้ ยังอาจมีปัญหาที่เกิดจากความผิดปกติของกล้ามเนื้อตา เช่น ตาปรือ ตาดูเหนื่อยล้าตลอดเวลา หรือที่เรียกว่ากล้ามเนื้อตาอ่อนแรง หากปล่อยไว้โดยไม่แก้ไข อาจทำให้หนังตาตกลงมาบังดวงตา และลดประสิทธิภาพการมองเห็นได้
ดังนั้น วิธีแก้ไขที่เหมาะสมคือการผ่าตัดปรับโครงสร้างเปลือกตา โดยกรีดบริเวณเปลือกตาและเย็บผิวหนังเข้าด้วยกันเพื่อสร้างชั้นตาใหม่ ด้วยเทคนิคเฉพาะของ The VOGUE Clinic ซึ่งแตกต่างจากวิธีทำตาทั่วไป โดยให้ความสำคัญกับ…
- การปรับโครงสร้างเปลือกตาให้เหมาะกับใบหน้าของแต่ละบุคคลเป็นหลัก
- แผลมีขนาดเล็กมาก ทำให้แทบมองไม่เห็นรอยแผล
- หลังทำสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ
- อาการบวมและช้ำน้อย
- ใช้เวลาผ่าตัดไม่นาน
เทคนิคการทำตาสองชั้น
- เทคนิคทำตาสองชั้นแบบกรีดสั้น
วิธีนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีไขมันเปลือกตาน้อย เป็นเทคนิคที่ได้รับความนิยมและเหมาะกับผู้ที่มีตาชั้นเดียว ไขมันเปลือกตาบาง และไม่มีหนังตาหย่อนมาก แพทย์จะสร้างชั้นตาโดยการเย็บ 2–3 จุด โดยไม่ต้องกรีดยาว ไม่มีการตัดผิวหนังส่วนเกินหรือเอาไขมันออก จึงไม่เห็นแผลชัด หลังทำอาจมีอาการบวมเล็กน้อย แต่ฟื้นตัวเร็วและไม่ต้องพักฟื้น ควรหลีกเลี่ยงการขยี้ตาแรง ๆ เพราะอาจทำให้ไหมคลายได้ ประมาณ 1 เดือนหลังทำ อาการบวมจะลดลง และชั้นตาจะเข้าที่เป็นธรรมชาติ - เทคนิคทำตาสองชั้นแบบกรีดยาว
เทคนิคนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีเปลือกตาหนา หรือมีไขมันเปลือกตามาก ศัลยแพทย์จะนำไขมันและผิวหนังส่วนเกินบางส่วนออกให้เหมาะกับโครงสร้างใบหน้า มีการกรีดยาวเพื่อสร้างชั้นตาใหม่และช่วยแก้ปัญหาหนังตาตก โดยกรีดจากหัวตาถึงหางตาเพื่อเข้าถึงและนำไขมันส่วนเกินออก จากนั้นเย็บปิดแผลด้วยไหมเส้นเล็ก โดยซ่อนแผลไว้ในรอยพับชั้นตาธรรมชาติ วิธีนี้ช่วยให้ดวงตาดูโตและสดใสมากขึ้น - ระยะเวลาผ่าตัด
การทำตาสองชั้นใช้เวลาประมาณ 60–90 นาที โดยใช้ยาชาเฉพาะที่และยานอนหลับระยะสั้น ผู้รับบริการต้องมาติดตามผลตามแพทย์นัด และตัดไหมประมาณ 1 สัปดาห์หลังผ่าตัด โดยทั่วไปสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ภายใน 3–4 วันหลังทำ
ทำไมจึงควรทำตาสองชั้น?
การทำตาสองชั้น เป็นหัตถการที่ช่วยสร้างชั้นตาใหม่ ศัลยแพทย์จะประเมินสภาพดวงตาของผู้รับบริการ และเลือกเทคนิคที่เหมาะสมที่สุดเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะบุคคล การผ่าตัดนี้ช่วยเสริมความมั่นใจ และทำให้ดวงตาดูอ่อนเยาว์ สดใส และมีชีวิตชีวามากขึ้น จึงเหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาดังต่อไปนี้:
- ตาชั้นเดียว ตาเล็ก หรือดวงตาดูแคบ
- ชั้นตาหลบใน หรือชั้นตาไม่ชัด
- ชั้นตาไม่เท่ากัน
- ตาดูเหนื่อยล้า ตาปรือ หรือดูไม่สดใส
- หางตาตก
- หนังตาหย่อนคล้อยปิดรูม่านตา ส่งผลต่อการมองเห็น
- ผิวหนังส่วนเกินปิดบริเวณหัวตาหรือหางตา ทำให้ดวงตาดูไม่สดใส
ประเภทของการทำตาสองชั้น
ศัลยแพทย์สามารถช่วยปรับดวงตาให้มีชั้นตาที่คมชัดและสวยงามตามที่ต้องการได้ โดยผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพดวงตาแต่ละบุคคลและเทคนิคการผ่าตัดที่เลือก แพทย์จะประเมินอย่างละเอียด วิเคราะห์ปัญหา และแก้ไขให้เหมาะสมกับแต่ละราย เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่สวยงาม เป็นธรรมชาติ และเข้ากับใบหน้ามากที่สุด
- วิธีกรีด
เป็นการสร้างชั้นตาใหม่โดยกรีดตามแนวชั้นตาที่ต้องการ มีเทคนิคหลัก 2 แบบ คือ กรีดยาวและกรีดสั้น เทคนิคนี้สามารถนำไขมันส่วนเกินออก และแก้ไขชั้นตาที่ไม่ชัดได้ ช่วยให้ได้ชั้นตาที่คมชัดและดูเป็นธรรมชาติ - วิธีไม่กรีด หรือเทคนิคเย็บจุด
เป็นการเย็บเปลือกตาบนในตำแหน่งเฉพาะ 3 จุดเพื่อสร้างชั้นตา เหมาะสำหรับผู้ที่มีไขมันเปลือกตาน้อยและไม่มีหนังตาหย่อนมาก ช่วยสร้างชั้นตาที่ดูเป็นธรรมชาติโดยไม่ต้องกรีดผิวหนัง - Plasma Laser Eyelid Lift
เป็นเทคนิคที่ใช้พลังงานพลาสมาเพื่อช่วยกระชับผิวเปลือกตาบนที่หย่อนคล้อยอย่างอ่อนโยน เหมาะสำหรับผู้ที่มีตาสองชั้นอยู่แล้วแต่เริ่มมีหนังตาตกเล็กน้อย หัตถการนี้มีอาการบวมน้อย แผลหายเร็ว และไม่เห็นรอยแผลชัด ช่วยให้ดวงตาดูชัดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ - การเปิดหัวตาหรือหางตา
เป็นการตกแต่งผิวบริเวณหัวตาหรือหางตาเพื่อช่วยให้ดวงตาดูกว้างขึ้น แผลจะถูกเย็บอย่างประณีตและแทบมองไม่เห็น เหมาะสำหรับผู้ที่มีหัวตาหรือหางตาปิด และต้องการให้ดวงตาดูกลมโต เปิดกว้างมากขึ้น - ยกเปลือกตาบน สำหรับหนังตาตก
เป็นการยกเปลือกตาบน โดยซ่อนแผลตามแนวคิ้ว เหมาะสำหรับผู้ที่มีหนังตาตก โดยเฉพาะบริเวณหางตา - ผ่าตัดเอาไขมันใต้ตาออก
เป็นการนำไขมันส่วนเกินใต้ตาออกผ่านบริเวณเปลือกตาล่าง ช่วยให้ใต้ตาดูเรียบขึ้นและแบนลง ทำให้ใบหน้าดูสดชื่นขึ้น - การซ่อมแซมกล้ามเนื้อตา หรือแก้หนังตาตก
เป็นเทคนิคที่ช่วยซ่อมแซมกล้ามเนื้อเปลือกตาที่อ่อนแรง เพิ่มความแข็งแรงของเปลือกตา และทำให้ลืมตาได้เต็มที่โดยไม่ต้องยกคิ้วหรือย่นหน้าผาก ส่งผลให้ดวงตาดูสดใสและตื่นตัวมากขึ้น
ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นหลังทำตาสองชั้น
ปัจจุบันการทำตาสองชั้นได้รับความนิยมอย่างมาก โดยเฉพาะเทรนด์ดวงตากลมโต สดใส และมีรอยยิ้มผ่านสายตา ซึ่งช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้ใบหน้า ทำให้ผู้หญิงจำนวนมากเลือกทำตาสองชั้น อย่างไรก็ตาม ควรตระหนักว่าการศัลยกรรมความงามทุกประเภทมีความเสี่ยง รวมถึงอาจเกิดผลข้างเคียงได้ หากดูแลหลังผ่าตัดไม่เหมาะสม ผู้รับบริการควรปฏิบัติตามคำแนะนำของศัลยแพทย์อย่างเคร่งครัด
วันนี้เราจะมาดูผลข้างเคียงที่พบได้บ่อยหลังผ่าตัด ไม่ต้องกังวล เพราะอาการเหล่านี้มักค่อย ๆ ดีขึ้นตามเวลา
ผลข้างเคียงระยะสั้น
เป็นอาการที่อาจเกิดขึ้นภายใน 7–14 วันหลังผ่าตัด
- รอยช้ำ
เป็นอาการที่พบได้บ่อย เกิดจากเลือดออกเล็กน้อยใต้ผิวหนัง ทำให้เกิดรอยเขียวหรือม่วง มักเห็นได้ชัดในผู้ที่ช้ำง่าย วิธีดูแลที่เหมาะสมคือประคบเย็นในช่วง 2–3 วันแรก จากนั้นจึงประคบอุ่นในระยะต่อมาเพื่อช่วยลดรอยช้ำ - แผลอักเสบ
การดูแลแผลอย่างเหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญหลังผ่าตัด หากแผลไม่สะอาด ไม่แห้ง หรือทำความสะอาดไม่เพียงพอ อาจนำไปสู่การติดเชื้อได้ จึงควรดูแลแผลอย่างระมัดระวังเพื่อหลีกเลี่ยงภาวะแทรกซ้อน - แผลแยก
อาจเกิดจากปัญหาไหมเย็บ ไหมคลายก่อนเวลา หรือการอักเสบ หากสังเกตเห็นขอบแผลแยก ควรรีบปรึกษาศัลยแพทย์ทันที หากปล่อยไว้ อาจทำให้เกิดแผลเป็นไม่สวยงามหรือชั้นตาไม่เท่ากัน - หลับตาไม่สนิท
ผู้รับบริการบางรายอาจหลับตาได้ไม่สนิทชั่วคราว มักเกิดจากอาการบวมหรือฤทธิ์ของยาชาที่ยังคงอยู่ ไม่ต้องกังวล เพราะมักดีขึ้นเมื่ออาการบวมลดลง หากมีอาการระคายเคืองตา สามารถใช้น้ำตาเทียมระหว่างวันเพื่อช่วยบรรเทาอาการได้
ผลข้างเคียงระยะยาวหลังทำตาสองชั้น
- ชั้นตาหลุด
อาจเกิดจากการขยี้ตาบ่อยเนื่องจากระคายเคือง หรือเทคนิคการผ่าตัดที่ไม่แม่นยำ หากชั้นตาหายหรือหลุด ควรรีบปรึกษาศัลยแพทย์ โดยควรภายใน 14 วัน เพื่อพิจารณาการผ่าตัดแก้ไข - เปลือกตาบวมไม่เท่ากัน
โดยปกติอาการบวมอาจใช้เวลาถึง 3 เดือนจึงจะยุบสนิท หากชั้นตาดูไม่เท่ากัน อาจเกิดจากการเอาไขมันออกจากเปลือกตาข้างหนึ่งมากเกินไป หรือมีภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงร่วมด้วย - ชั้นตาใหญ่เกินไป
มักเกิดจากการเย็บชั้นตาสูงเกินไป หรือการเอาไขมันเปลือกตาออกมากเกินไป ทำให้ดวงตาดูไม่เป็นธรรมชาติหรือดูตกใจตลอดเวลา - เห็นแผลเป็นบนชั้นตาชัด
โดยทั่วไป อาการบวมและแนวแผลจะค่อย ๆ กลมกลืนไปกับรอยพับธรรมชาติภายใน 3–6 เดือน อย่างไรก็ตาม หากดูแลแผลไม่ดี หรือมีแนวโน้มเกิดคีลอยด์ อาจทำให้เห็นแผลเป็นนูนหรือชัดเจน ซึ่งส่งผลต่อภาพรวมของดวงตา
ดวงตาที่สวยควรมีลักษณะอย่างไร?
นอกจากรูปทรงดวงตาที่สอดคล้องกับหลักโหงวเฮ้งแล้ว ยังมีลักษณะดวงตาที่ศัลยแพทย์ใช้เป็นแนวทางในการทำตาสองชั้นให้ผู้รับบริการ ซึ่งถือเป็นดวงตาที่สมดุล ทั้งในมุมมองทางการแพทย์และหลักโหงวเฮ้ง โดยมีลักษณะดังนี้:
- ดวงตาควรเปิดกว้าง กลม และโต เห็นตาดำชัดเจน เมื่อลืมตาเต็มที่ ควรเห็นตาดำประมาณ 90% และเปลือกตาบนควรปิดตาดำไม่เกิน 1–2 มิลลิเมตร
- ตาดำควรอยู่ตรงกลางดวงตา พื้นที่ตาขาวบริเวณหัวตาและหางตาควรมีความกว้างใกล้เคียงกัน เพื่อให้ตาดำดูอยู่กึ่งกลาง ผู้ที่มีหนังตาตกหรือหัวตาแคบ อาจทำให้ตาดำดูไม่อยู่กึ่งกลาง และทำให้ดวงตาดูไม่สมดุล
- เปลือกตาล่างควรอยู่ในระดับเดียวกับขอบล่างของตาดำ คล้ายดวงตาทรงอัลมอนด์หรือดวงตากลม เปลือกตาล่างควรอยู่พอดีกับระดับตาดำ ไม่ต่ำหรือสูงเกินไป เพราะอาจทำให้ดวงตาดูเล็กหรือตาหรี่
- เบ้าตาไม่ควรลึก และใต้ตาไม่ควรดูโหล ดวงตาที่สมดุลควรมีความเต็มและดูอ่อนเยาว์ การเปลี่ยนแปลงตามวัยหรือการยุบตัวของกระดูกอาจทำให้เบ้าตาลึก ส่งผลให้ดวงตาดูเหนื่อยล้า ในบางกรณี ศัลยแพทย์อาจย้ายไขมันหรือฉีดฟิลเลอร์เพื่อเติมเต็มบริเวณรอบดวงตา
- ชั้นตาควรเข้ากับรูปทรงดวงตา และไม่ควรยาวเลยหางตาออกไปมากเกินไป หากชั้นตายาวเกินไป อาจทำให้หางตาดูตก ส่งผลให้ดวงตาดูเศร้า เหนื่อยล้า หรือดูมีอายุมากขึ้น ในกรณีนี้ อาจพิจารณาหัตถการ เช่น การเปิดหางตา หรือการแก้หนังตาด้วยเทคนิคกรีดยาวเพื่อตัดผิวหนังส่วนเกิน
- คิ้วและดวงตาไม่ควรอยู่ใกล้กันเกินไป สำหรับผู้ที่มีตาเล็กหรือคิ้วต่ำ ระยะห่างระหว่างตากับคิ้วอาจดูแคบ ทำให้ดวงตาดูไม่เด่น ศัลยแพทย์อาจเลือกทำชั้นตาขนาดเล็กลง หรือพิจารณาการยกคิ้วเพื่อเพิ่มพื้นที่และปรับสัดส่วนดวงตาให้ดีขึ้น
รูปทรงดวงตาที่สวยมีแบบใดบ้าง?
- ดวงตาทรงอัลมอนด์
เป็นรูปทรงดวงตาที่มีความสมดุลระหว่างความกลมและความยาวอย่างกลมกลืนและได้สัดส่วน เปลือกตาบนและล่างอยู่ห่างจากขอบตาดำเล็กน้อย ถือเป็นหนึ่งในรูปทรงดวงตาที่ได้รับความนิยมมากที่สุด - ดวงตากลมหรือดวงตาโต
คล้ายดวงตาทรงอัลมอนด์ แต่มีความกลมและโตมากกว่า เห็นตาดำมากขึ้น ระยะห่างระหว่างขอบตาดำกับเปลือกตาใกล้เคียงกัน รูปทรงนี้ได้รับความนิยมเช่นกัน เพราะช่วยให้ใบหน้าดูหวาน สดใส และมีชีวิตชีวา - ดวงตาเฉียงขึ้น หรือ Cat Eyes
เป็นรูปทรงดวงตาที่หางตาเฉียงขึ้น พร้อมชั้นตาที่ชัดเจน ให้ลุคที่คม มั่นใจ และมีเสน่ห์ - ดวงตาเฉียงลง หรือตาตก
เป็นรูปทรงดวงตาที่หางตาเฉียงลง ทำให้ตาดูปรือหรือดูเศร้า และทำให้ใบหน้าดูไม่ค่อยสดใส - ตาชั้นเดียว ตาเล็ก
พบได้บ่อยในชาวเอเชีย เป็นลักษณะตาชั้นเดียวที่ไม่มีรอยพับชัดเจน ทำให้ดวงตาดูเล็กและแคบกว่า
นอกจากรูปทรงดวงตาเหล่านี้ ยังมีปัญหาดวงตาที่พบได้บ่อยเช่นกัน
- ตาชิดเกินไป
เกิดจากดวงตาทั้งสองข้างดูอยู่ใกล้กันมากเกินไปและดูไม่ได้สัดส่วน อาจเกิดจากตำแหน่งตาดำอยู่ใกล้หัวตามากเกินไป - ตาห่างเกินไป
ปัญหานี้เกิดขึ้นเมื่อระยะห่างระหว่างหัวตาทั้งสองข้างกว้างเกินไป แพทย์อาจใช้การเปิดหัวตาเพื่อลดระยะห่างระหว่างดวงตา - ตาปรือ
เป็นลักษณะดวงตาที่มีหนังตาตก ทำให้ตาดูง่วงตลอดเวลา และอาจทำให้ดวงตาทั้งสองข้างไม่เท่ากัน ศัลยแพทย์อาจใช้เทคนิคทำตาสองชั้นแบบกรีดสั้นเพื่อปรับไขมันและล็อกชั้นตาใหม่ หรือใช้เทคนิคกรีดยาวในกรณีที่มีไขมันมากและเปลือกตาหนา เพื่อให้ดวงตาดูโตและเปิดกว้างมากขึ้น
โหงวเฮ้งที่ดีของดวงตา หางตา และขมับควรเป็นอย่างไร?
ลักษณะบริเวณดวงตา หางตา และขมับ หรือที่เรียกว่า Hu Xi Geng สื่อถึงชีวิตคู่ คู่ครอง และความรัก
ดวงตาที่ดี:
ตาดำชัด สดใส แววตาน่ามอง เป็นจุดดึงดูดสายตา ตาดำและตาขาวมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน
ดวงตาที่ไม่ดี:
ตาดำหม่น แววตาแข็งหรือดุ คิ้วหนาพร้อมสีหน้าเศร้า ดวงตาขาดจุดโฟกัสหรือไร้เป้าหมาย
ลักษณะสำคัญ:
ขมับเต็ม อิ่ม และสมดุลกับไรผมและหน้าผาก ริ้วรอยบริเวณหางตามีน้อย รอยยิ้มที่เป็นธรรมชาติและไร้ตำหนิ สื่อถึงชีวิตคู่ที่กลมเกลียว ผู้ชายจะได้ภรรยาที่ดี และผู้หญิงจะได้สามีที่ดี
ลักษณะเชิงลบ:
มีริ้วรอยบริเวณหางตา โหนกแก้มเด่น และกระดูกนูน สำหรับทั้งผู้ชายและผู้หญิง ลักษณะเหล่านี้สื่อถึงความไม่ราบรื่นในชีวิตคู่หรือกับคู่ครอง หากพยายามฝืนชะตานี้ อาจทำให้เกิดปัญหาความสัมพันธ์ต่อเนื่อง
โหงวเฮ้งใต้ตาที่ดีควรเป็นอย่างไร?
โหงวเฮ้งใต้ตา หรือ Nàm Nưng Gěng สื่อถึงโชคลาภและความสบายในชีวิต
ลักษณะเชิงบวก:
ใต้ตาเต็ม อิ่ม สดใส เรียบเนียน และเปล่งปลั่ง สื่อถึงการมีฐานะและโชคลาภสูง ใช้ชีวิตมั่งคั่ง มีความสุข และมีลูกหลานเจริญรุ่งเรือง
ลักษณะเชิงลบ:
ใต้ตาตอบลึก มีร่องลึก หรือถุงใต้ตามาก สื่อถึงโชคไม่ดี หาคู่ที่เหมาะสมได้ยาก หรือมีลูกหลานที่ดูแลยาก หากบริเวณนี้หมองคล้ำหรือเป็นเงา อาจสื่อถึงปัญหากับคู่ครองและบุตรหลาน รวมถึงอาจเผชิญเคราะห์เกี่ยวกับบุตรหลาน
