เมื่ออายุมากขึ้น การเกิดริ้วรอย รอยตีนกา รอยย่นบริเวณหน้าผาก และร่องแก้ม ถือเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ตามธรรมชาติ นอกจากอายุที่เพิ่มขึ้นแล้ว ยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่ส่งผลร่วมด้วย เช่น การเผชิญแสงแดดบ่อย การใช้เครื่องสำอางมากเกินไป ความเครียด ความกังวล และพฤติกรรมการแสดงสีหน้าซ้ำ ๆ เช่น การขมวดคิ้วหรือเลิกคิ้ว พฤติกรรมเหล่านี้อาจทำให้เกิดริ้วรอยระหว่างคิ้วและริ้วรอยบริเวณหน้าผากได้
ปัจจุบัน หลายคนนิยมเลือกการฉีดโบท็อกซ์เพื่อดูแลปัญหาริ้วรอย เนื่องจากให้ผลลัพธ์ค่อนข้างรวดเร็ว และถือว่ามีความปลอดภัยเมื่อดำเนินการโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง สิ่งสำคัญคือควรเลือกคลินิกที่ได้รับการรับรอง มีความสะอาด ใช้อุปกรณ์ที่ทันสมัย และที่สำคัญที่สุดคือใช้โบท็อกซ์แท้ที่ได้รับการรับรองจาก อย.

โบท็อกซ์ทำงานอย่างไร
โบท็อกซ์ชนิดนี้ออกฤทธิ์โดยทำให้กล้ามเนื้อที่ก่อให้เกิดริ้วรอยหยุดทำงานหรือลดการหดตัวลง ส่งผลให้รอยตีนกา รอยขมวดคิ้วระหว่างคิ้ว และริ้วรอยบริเวณหน้าผากดูจางลงหรือหายไป ผิวจึงกลับมาดูเรียบเนียนและกระชับขึ้นอีกครั้ง
ขั้นตอนการฉีดโบท็อกซ์เพื่อลดริ้วรอยบนใบหน้า
- แพทย์จะทายาชาหรือประคบเย็นบริเวณที่จะฉีดโบท็อกซ์
- จากนั้นแพทย์จะฉีดโบท็อกซ์เข้าสู่บริเวณเป้าหมายด้วยเข็มขนาดเล็กมาก โดยปรับปริมาณยาให้เหมาะสมกับแต่ละตำแหน่ง ใช้เวลาทำหัตถการทั้งหมดประมาณ 5 นาที
- หลังฉีดเสร็จ ผู้รับบริการสามารถกลับบ้านได้ทันที และสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ
การปฏิบัติตัวหลังฉีดโบท็อกซ์
- ในช่วง 3 ชั่วโมงแรกหลังฉีด แนะนำให้ขยับกล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดบ่อย ๆ เพื่อช่วยให้โบท็อกซ์กระจายตัวได้ดี และไม่กระจุกอยู่เฉพาะจุดใดจุดหนึ่ง
- หลีกเลี่ยงการโดนแสงแดดโดยตรงในช่วง 24 ชั่วโมงแรกหลังทำ หากเป็นไปได้ควรหลีกเลี่ยงแสงแดดอย่างเต็มที่
- หลังฉีดโบท็อกซ์ ควรหลีกเลี่ยงการถู นวด หรือเช็ดใบหน้าแรง ๆ
ประโยชน์ของการฉีดโบท็อกซ์
- เป็นสารที่มีความปลอดภัย และไม่ตกค้างในร่างกาย เพราะสามารถสลายได้เองตามธรรมชาติ
- ใช้เวลาในการฉีดเพียงประมาณ 5 นาที ไม่ต้องพักฟื้น และสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ทันที
- ช่วยลดการทำงานของกล้ามเนื้อที่ทำให้เกิดริ้วรอย
- ใบหน้าดูกระชับและเรียบเนียนขึ้น
- ริ้วรอยและร่องเล็ก ๆ ในบริเวณต่าง ๆ เริ่มดูตื้นและกระชับขึ้น
- เห็นผลลัพธ์ได้ภายในไม่กี่วันหลังฉีดโบท็อกซ์
- เหมาะสำหรับทั้งผู้ชายและผู้หญิง

