ภาวะหนังตาตก หรือ Ptosis เกิดขึ้นเมื่อกล้ามเนื้อเปลือกตาอ่อนแรง ทำให้เปลือกตาบนหย่อนหรือตกลงมา ภาวะนี้มักเกิดจากผิวสูญเสียความยืดหยุ่น ส่งผลให้หนังตาบนหย่อนลง และอาจบดบังลานสายตาได้ เมื่ออายุมากขึ้น ผิวรอบดวงตาจะสูญเสียคอลลาเจนและความยืดหยุ่นตามธรรมชาติ ทำให้ภาวะหนังตาตกพบได้บ่อยขึ้น ในบางกรณี ภาวะนี้อาจรบกวนการมองเห็น เนื่องจากหนังตาที่หย่อนลงมาบังดวงตาบางส่วน
สำหรับหลายคน ภาวะหนังตาตกอาจเป็นปัญหาด้านความงาม แต่หากส่งผลต่อการมองเห็น อาจจำเป็นต้องผ่าตัดแก้ไข เพื่อปรับทั้งภาพลักษณ์และการทำงานของเปลือกตาให้ดีขึ้น
ขั้นตอนการแก้ไขปัญหาตาตก
สำหรับกรณีที่กล้ามเนื้อเปลือกตายังสามารถทำงานได้ หรือในกรณีที่มีปัญหาเพียงข้างเดียว แพทย์จะฉีดยาชาเฉพาะที่บริเวณเปลือกตาบน ขั้นตอนจะคล้ายกับการทำตาสองชั้น โดยแพทย์จะเปิดแผลเพื่อเข้าถึงชั้นกล้ามเนื้อ จากนั้นจะปรับความตึงของกล้ามเนื้อด้วยการทำให้กล้ามเนื้อสั้นลง เพื่อช่วยยกเปลือกตาให้สูงขึ้น ในกรณีที่กล้ามเนื้ออ่อนแรงมาก อาจใช้เส้นเอ็นช่วยเชื่อมระหว่างหน้าผากกับเปลือกตา เพื่อช่วยพยุงการทำงานของเปลือกตา
หลังผ่าตัด อาการบวมมักค่อย ๆ ลดลงภายในประมาณ 1-2 เดือน และการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อจะกลับมาใกล้เคียงปกติ ส่งผลให้ดวงตาดูอ่อนเยาว์ขึ้น ดวงตาเปิดกว้างขึ้น และชั้นตาดูชัดเจนมากขึ้น
ระยะเวลาในการผ่าตัด
การผ่าตัดแก้ไขเปลือกตามักใช้เวลาประมาณ 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมง โดยใช้ยาชาเฉพาะที่และยาสลบชนิดออกฤทธิ์สั้นระหว่างหัตถการ หลังผ่าตัด ผู้รับบริการจะได้รับการดูแลและติดตามอาการที่คลินิกตามคำแนะนำของแพทย์ และจะตัดไหมประมาณ 1 สัปดาห์หลังผ่าตัด โดยทั่วไปสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ประมาณ 3-4 วันหลังผ่าตัด
วิธีดูแลตนเองหลังแก้ไขภาวะหนังตาตก
- หลีกเลี่ยงไม่ให้แผลโดนน้ำ และไม่ควรล้างหน้าจนกว่าจะครบวันที่ 3 หลังผ่าตัด
- รับประทานยาตามที่แพทย์สั่ง และทายาบริเวณเปลือกตาตามคำแนะนำของแพทย์
- หลีกเลี่ยงอาหารรสจัดและอาหารหมักดอง
- งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และงดสูบบุหรี่
- หลังตัดไหมแล้ว ให้ทายาลดรอยแผลเป็นบริเวณแผลผ่าตัด
- หากมีรอยช้ำ สามารถประคบอุ่นเพื่อช่วยลดรอยช้ำได้
- สามารถแต่งหน้าได้หลังตัดไหมแล้ว แต่ควรหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ล้างเครื่องสำอางที่ทำความสะอาดยากบริเวณรอบดวงตา
- หลีกเลี่ยงการขยี้ตาหรือถูตาแรง ๆ เพื่อป้องกันแผลเปิดซ้ำ
- รูปทรงเปลือกตาจะเริ่มเข้าที่และคงตัวหลังประมาณ 2-3 เดือน

