การเสริมคาง เป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญของความงามบนใบหน้า สำหรับผู้ที่มีคางสั้น ใบหน้าเหลี่ยม หรือใบหน้ากลม การเสริมคางสามารถช่วยปรับสมดุลและเพิ่มสัดส่วนของใบหน้าให้ดูรับกันมากขึ้น ทำให้ภาพรวมของใบหน้าดูกลมกลืนและสวยงามมากขึ้น การเสริมคางสามารถช่วยแก้ปัญหา เช่น คางเล็ก คางใหญ่ หรือคางยื่นที่ดูไม่สมส่วน ดังนั้น การปรับความโค้งและรูปทรงคางให้เหมาะกับโครงสร้างใบหน้าจึงเป็นสิ่งสำคัญในการเสริมความงามของใบหน้า
วิธีที่ใช้ในการเสริมคาง
การเสริมคางโดยทั่วไปมักใช้ซิลิโคนเสริมคาง ซึ่งเหมาะสำหรับกรณีที่ต้องการเพิ่มความยาวหรือความชัดของคางในระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง โดยวิธีการใส่ซิลิโคนที่นิยมมี 2 วิธี ได้แก่ การเปิดแผลภายในช่องปาก และการเปิดแผลบริเวณผิวหนังด้านนอกใต้คาง ซิลิโคนสำหรับเสริมคางมีหลายรูปแบบ โดยทั่วไปมีชนิดมาตรฐานที่ใช้สำหรับเสริมบริเวณกึ่งกลางคาง และชนิดอื่น ๆ ที่อาจมีรูปทรงแตกต่างกันไปตามความต้องการและผลลัพธ์ที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล
การเสริมคางมี 2 รูปแบบ คือ แผลนอกและแผลใน
- แผลนอก (External Incision): วิธีนี้เป็นการผ่าตัดบริเวณใต้คาง โดยซ่อนแผลไว้ในตำแหน่งที่มองเห็นได้ยาก มักใช้เทคนิคเลเซอร์ร่วมด้วย ทำให้แผลมีขนาดเล็ก บวมช้ำน้อย วิธีนี้ช่วยให้แพทย์สามารถปรับรูปทรงคางในมุมต่าง ๆ ได้อย่างแม่นยำ และจัดวางซิลิโคนให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ ยังสามารถตัดผิวหนังส่วนเกินใต้คางได้ ช่วยลดโอกาสเกิดความไม่สมมาตร โดยทั่วไป รอยแผลจะค่อย ๆ จางลงภายใน 1-3 เดือน และอาจฟื้นตัวได้เร็วขึ้นหากดูแลร่วมกับยาลดรอยแผลหรือเลเซอร์ลดรอยแผลเป็น
- แผลใน (Internal Incision): วิธีนี้เป็นการผ่าตัดภายในช่องปาก บริเวณใกล้ริมฝีปากล่าง เหมาะสำหรับผู้ที่มีแนวโน้มเกิดแผลคีลอยด์หรือแผลนูนได้ง่าย หลังผ่าตัดต้องดูแลเป็นพิเศษเพื่อหลีกเลี่ยงการติดเชื้อจากน้ำลายหรือเศษอาหาร และควรระมัดระวังไม่ให้ซิลิโคนเคลื่อนออกจากตำแหน่งจากแรงกระแทกหรือแรงกดหลังการผ่าตัด
ความเสี่ยงของการผ่าตัดเสริมคาง
- อาการชาที่ริมฝีปาก: หลังผ่าตัดเสริมคาง อาจมีอาการชาบริเวณริมฝีปาก โดยเฉพาะด้านในของริมฝีปากล่างบริเวณที่เปิดแผล อาการชานี้มักค่อย ๆ ดีขึ้นเมื่อเส้นประสาทฟื้นตัว
- อาการบวมและปวด: บริเวณคางและพื้นที่โดยรอบอาจมีอาการบวมและรู้สึกไม่สบายหลังผ่าตัด ซึ่งเป็นปฏิกิริยาที่พบได้ทั่วไปหลังการผ่าตัด และมักค่อย ๆ ดีขึ้นในช่วงวันถัด ๆ ไป
- ความรู้สึกบริเวณคางเปลี่ยนแปลง: อาจมีความรู้สึกเปลี่ยนไปบริเวณคาง ซึ่งอาจเป็นชั่วคราวหรือถาวรได้ในบางกรณี ผู้รับบริการบางรายอาจมีอาการชาหรือรู้สึกผิดปกติบริเวณที่ทำการผ่าตัด
- ความเสี่ยงที่ซิลิโคนเคลื่อนตำแหน่ง: หลังผ่าตัดควรระมัดระวังแรงกระแทกหรือการบาดเจ็บบริเวณใบหน้า เพราะอาจทำให้ซิลิโคนเคลื่อนออกจากตำแหน่งได้
- การติดเชื้อ: เช่นเดียวกับการผ่าตัดทุกประเภท การผ่าตัดเสริมคางมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อบริเวณแผลผ่าตัด จึงควรดูแลแผลและรักษาความสะอาดอย่างเหมาะสม เพื่อหลีกเลี่ยงภาวะแทรกซ้อน

